หลักการและเหตุผล
เทศกาลปีใหม่ ๒๕๔๗ ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยบนท้องถนนต่างต้องทำงานหนักเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
มีสถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากกว่าปี ๒๕๔๖ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนพบว่ามาจากการเมาแล้วขับรถ

หน่วยจัดการความรู้เพื่อถนนปลอดภัย คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดียืนยันระดับความเสี่ยงจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถว่าทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปกติ โดยยิ่งมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเข้มข้น มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นกว่าเดิม
และ พบว่าวัยรุ่นที่ได้บาดเจ็บจากการขับขี่ยานพาหนะที่เข้ารับการตรวจในห้องฉุกเฉินอยู่ในภาวะ
เมาแล้วขับร้อยละ ๑๖ และยังพบด้วยว่าในบรรดาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเมากลุ่มวัยรุ่นจะบาดเจ็บรุนแรงมากกว่า
ทั้งนี้ การวิจัยมีผลวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าแอลกอฮอล์ทำลายความสามารถในการขับขี่พาหนะ
ดังนี้
·
ทำให้การมองเห็นแคบลง มัวลง เห็นภาพซ้อน ในสภาพเช่นนี้
ผู้ขับขี่จึงรับรู้ต่อความเคลื่อนไหวรอบตัวได้น้อยลง
·
ทำให้การสั่งการของสมองไปยังกล้ามเนื้อช้าลง เมื่อคับขันจึงอาจแตะเบรกได้ช้ากว่าปกติ และหักรถหลบหลีกได้ช้ากว่าปกติ
·
ทำให้ลำพองใจ ในลักษณะ ขับขี่ประมาท เร็วกว่ากำหนด หวาดเสียว
จนเกิดอุบัติเหตุทั้งตนเองและทำให้ผู้ขับขี่ปกติได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
ศูนย์พัฒนาคุณธรรม มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยจึงทดลองวางแผนปกิบัติการลดอุบัติเหตุดังกล่าวในช่วงเทศกาลปีใหม่
ที่ผ่านมา ระหว่าง วันที่
๒๖ ธันวาคม ๕ มกราคม ๒๕๔๗ จนเป็นผลสำเร็จส่วนหนึ่งที่ทำให้อุบัติเหตุบนเส้นทางระหว่าง
ประตูน้ำพระอินทร์(ปทุมธานี)-หนองแค(สระบุรี) ลดลง เหลือเพียงเสียชีวิต
๑ ราย บาดเจ็บ ๒๐ ราย ค่าเสียหาย ๑,๖๙๘,๐๐๐ บาท สาเหตุ จากบรรทุกหนักยางแตก
รถเสียหลักชนท้ายรถคันหน้า ตกถนนชนหลักกั้น ขับรถเร็วเฉียวชนในที่รถแออัด
(ไม่มีเมาแล้วขับ และได้รับความร่วมมือจากปั้มน้ำมันและร้านค้าริมทางเป็นอย่างดี
งดขายเหล้า/เบียร์ ผลจากการรณรงค์ ของเยาวชนค่ายผู้นำ ๒๐๐ คน ของ ศูนย์พัฒนาคุณธรรม
มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย ที่ผ่านมาดังนั้นระหว่างเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ศูนย์พัฒนาคุณธรรม
มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยจึงมีแผนปฏิบัติการที่จะขยายผลการทำงาน
๕ จุด คือ
(ข้อมูลจาก
สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ป้อมยามตำรวจทางหลวงเทพพิทักษ์)
ดังนั้นระหว่างเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ศูนย์พัฒนาคุณธรรมมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยจึงมีแผนปฏิบัติการที่จะขยายผลการ
ทำงาน ๒๐ จุด
เพราะสำรวจแล้วพบว่ามีอุบัติเหตุเกิดติดต่อกันจำนวนมาก เป็นช่วงที่มีทางโค้งมาก
ทางร่วมทางแยกมาก ระบบสัญญาณไฟมักขัดข้อง ป้ายบอกทางไม่ชัดเจน ซ่อมถนน
วัสดุไหล่ทางเกะกะ ผิวทางจราจรขรุขระ ยางรถไม่เกาะพื้น
แสงไฟทางสว่างไม่พอ ยูเทรินแคบ ไม่มีที่พักไหล่ทาง รถเล็ก อีแต๋น
มอเตอร์ไซด์ ขับไม่ระมัดระวังผู้ขับขี่อายุน้อยไม่มีใบขับขี่ แข่งกันขับโดยประมาท
กำลังตำรวจน้อย ถนนลื่น จากการสาดน้ำ สาดโคลน ถุงน้ำแข็งที่สำคัญคือผู้ขับขี่สนุกกับเพื่อนดื่มแอลกอฮอล์เมาแล้วขับ
วัตถุประสงค์
๑.รณรงค์ให้ผู้ขับขี่เกิดจิตสำนึกระวังในการขับขี่เพื่อเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
๒.ลดอุบัติเหตุและอันตรายทั้งที่จะเกิดกับตนเองและผู้ร่วมทางคนอื่น
๓.ช่วยเป็นกำลังใจและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
๔.ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ความสูญเสียบุคลากร ความสูญเสียทางจิตใจ
เป้าหมาย ผู้ขับขี่ยานพาหนะผ่านเส้นทางอันตราย
๒๐ จุด ( ประมาณ ๑๐ ล้านคน)
๑.เส้นทางภาคเหนือรอบเมืองเชียงใหม่
๒เส้นทาง ลำปาง-ลำพูน(อ.เถิน)
๓.เส้นทางรอบเมืองพิษณุโลก
๔..เส้นทาง
ระหว่าง อ.เมือง (ชัยนาท) อ.พยุหคีรี (นครสวรรค์)
๕..เส้นทางภาคกลาง
ระหว่าง ประตูน้ำพระอินทร์(ปทุมธานี) หนองแค (สระบุรี)
๖..เส้นทาง
ระหว่าง ปากท่อ(ราชบุรี) (หัวหิน)เพชรบุรี
๗.เส้นทางนครนายก-ปราจีนบุรี
๘.เส้นทางนครปฐม-กาญจนบุรี-ราชบุรี
๙.เส้นทางภาคตะวันออก
ระหว่าง แยกชลบุรี-เมืองพัทยา
๑๐.เส้นทางพัทยา-ระยอง
๑๑..เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่าง อ.ปากช่อง แยกสีคิ้ว
(นครราชสีมา)
๑๒.เส้นทาง อ.เนินสูง(นครราชสีมา)-บ้านไผ่(ขอนแก่น)
๑๓.เส้นทางรอบเมืองขอนแก่น
๑๔.เส้นทาง อ.หนองบุญมาก(นครราชสีมา)-นางรอง(บุรีรัมย์)
๑๕.เส้นทางเดชอุดม (อุบลราชธานี)
๑๖.เส้นทางสายใต้ อ.บางสะพาน(ประจวบคีรีขันธ์)-อ.ฉวี (ชุมพร)
๑๗.เส้นทางอ.พุนพินเข้าเมืองสุราษฏร์ธานี
๑๘.เส้นทาง(ทุ่งสง)เข้าเมืองนครศรีธรรมราช
๑๙.เส้นทางเข้าเมืองสงขลา
๒๐.เส้นทางอ.อ่าวลึก (กระบี่)-พังงา
ระยะเวลา เดือนมีนาคม
เมษายน ๒๕๔๗
ช่วงที่ ๑ อบรมผู้นำเยาวชนอาสาสมัครป้องกันอุบัติเหตุบนเส้นทาง
จำนวน ๓๔๐๐ คน
๒๘-๓๐
กุมภาพันธ์ ๔๗ จังหวัดกาญจนบุรี อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๑-๓
มีนาคม ๔๗ จังหวัดนครศรีธรรมราช อบรมผู้นำเยาวชน
๒๐๐ คน*
๔-๖
มีนาคม ๔๗ จังหวัดสงขลา อบรม ผู้นำเยาวชน
๑๐๐ คน
๔-๖
มีนาคม ๔๗ จังหวัดพิษณุโลก อบรมผู้นำเยาวชน
๒๐๐ คน*
๗-๙
มีนาคม ๔๗ จังหวัดนครสวรรค์ อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๗-๙
มีนาคม ๔๗ จังหวัดกระบี่-พังงา อบรมผู้นำเยาวชน ๑๐๐
คน
๑๐-๑๒
มีนาคม ๔๗ จังหวัดสุราษฏร์ธานี อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน
๑๓-๑๕
มีนาคม ๔๗ จังหวัดราชบุรี-เพชรบุรี อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๑๓-๑๕
มีนาคม ๔๗ จังหวัดชลบุรี อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๑๕-๑๗
มีนาคม ๔๗ จังหวัดขอนแก่น อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน *
๑๖-๑๘
มีนาคม ๔๗ จังหวัดนครนายก-ปราจีนบุรี อบรมผู้นำเยาวชน
๒๐๐ คน*
๑๖-๑๘
มีนาคม ๔๗ จังหวัดอุบลราชธานี อบรมผู้นำเยาวชน
๒๐๐ คน*
๑๖-๑๘
มีนาคม ๔๗ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๑๙-๒๑
มีนาคม ๔๗ จังหวัดลำปาง-ลำพูน อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๑๙-๒๑
มีนาคม ๔๗ จังหวัดชุมพร อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน
๒๒-๒๔
มีนาคม๔๗ จังหวัดนครราชสีมา อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๒๔-๒๖
มีนาคม ๔๗ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อบรมผู้นำเยาวชน ๑๐๐
คน*
๒๗-๒๙
มีนาคม ๔๗ จังหวัดเชียงใหม่ อบรมผู้นำเยาวชน ๒๐๐
คน*
๒-๔
เมษายน ๔๗ จังหวัดบุรีรัมย์ อบรมผู้นำเยาวชน ๑๐๐
คน
รวมผู้นำเยาวชนทั้งสิ้น
๓,๔๐๐ คน
หมายเหตุ * เครื่องหมายยืนยันว่าพร้อมรับการอบรม
ช่วงที่ ๒ ช่วงการรณรงค์ปฏิบัติการลดอุบัติเหคุเทศกาลสงกรานต์ระหว่าง
๙- ๑๕ เมายน ๒๕๔๗
งบประมาณ
ขอรับการสนับสนุนจาก
สสส.
ผู้รับผิดชอบ
๑.ศูนย์พัฒนาคุณธรรม มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย
องค์กรร่วม
๑.ศูนย์พัฒนาคุณธรรม จังหวัดเป้าหมาย
(เช่น ศูนย์พัฒนาคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นต้น)
๒.สถานีตำรวจภูธรและตำรวจทางหลวงในเขตเป้าหมาย
๓.โรงพยาบาลในเขตเป้าหมาย
๔..สถานศึกษา
ในเขตเป้าหมาย ที่เป็นเครือข่ายของศูนย์ฯ
๕. หน่วยบรรเทาสาธารณะภัย
และมูลนิธิเพื่อการกุศลต่างๆ
วิธีการดำเนินงาน
๑.สำรวจเส้นทาง
หาข้อมูลการทำงาน ประเมินสถานการณ์ และความคุ้มในการลงทุน
๒.แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดขอความร่วมมือ
และวางแผนประชุมร่วมระดับนโยบายตำรวจ พยาบาล ผู้บริหารสถานศึกษา พระวิทยากร
๓.เร่งอบรมเยาวชนผู้นำ ๒๐ รุ่นๆละ ๒๐๐ คน ในพื้นที่เป้าหมายให้เกิดอุดมการณ์ร่วมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ก่อนปิดเทอมปลาย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการรณรงค์เทศกาลสงกรานต์
๔.วางแผนปฏิบัติการ เชิงรุกประชุมระดับหัวหน้างานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับปฏิบีติการ
พระวิทยากรศูนย์ ครูอาจารย์ ตำรวจ พยาบาล และหัวหน้าชุดผู้นำนักเรียน-นักศึกษา
และทำเอกสารขออนุญาตผู้ปกครองทราบและยินยอมให้เยาวชนร่วมรณรงค์ในเทศกาลสงกรานต์ดังกล่าว
๕.กำหนดจุดตั้งเต็นท์จุดตรวจร่วม ตำรวจ พยาบาล นักศึกษา บนเส้นทางเพื่อตรวจสอบรถที่วิ่งผ่าน
หากได้รับรายงานว่าน่าจะเกิดอันตราย
๖.ติดตั้งป้าย แผ่นโปสเตอร์ แบรนเนอร์ ฯลฯ ตามจุดเป้าหมายที่สะดุดสายตา
เตือนผู้ขับขี่เกิดการระมัดระวัง อุบัติเหตุ
๗.กำหนดจุดรณรงค์ร่วมอวยพรการเดินทาง ขอบริจาคผ้าเย็นเพื่อแจกผู้ขับขี่ที่อ่อนเพลีย
แจกเอกสาร ตามปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ
แวะรับประทานอาหาร ซื้อของฯลฯ โดยจัดกิจกรรมเป็นเวลา ๒ ช่วง ใช้กำลังคน
๒ ชุดๆละ ๑๐๐ คนต่อเป้าหมาย ๕ คน/ปั๊มน้ำมัน ๑ แห่ง เฉลี่ยสันทางเที่ยวไป
๑๐ แห่ง เที่ยวกลับ ๑๐ แห่ง โดยภาคกลางวัน เวลา ๐๗.๐๐ .- ๑๗.๐๐
น. มีนักเรียนมัธยมชาย-หญิง ร่วมงาน ภาคกลางคืน ๑๗.๐๐ ๐๗.๐๐ น.เป็นนักศึกษาชายมัธยมปลาย
หรืออาชีวะที่ผ่านการฝึกลูกเสือจราจร การฝึก รด. เข้าร่วม
๘.เยาวชนผู้นำอาสาที่อยู่ตามปั๊มน้ำมันนอกจากร่วมอวยพรการเดินทาง
แจกผ้าเย็นแจกเอกสารแล้วจะต้องเป็นผู้คอยสังเกตพฤติกรรมผู้ขับขี่ที่เข้าเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ หรือแวะซื้อของ หากพบกรณีที่ผู้ขับขี่
หรือผู้โดยสารมีอาการมึนเมา น่าที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินบนเส้นทาง
ก็จะจดเลขทะเบียน รุ่น สีรถ ยี่ห้อรถ ลักษณะเด่นต่างๆ แล้วแจ้งทางโทรศัพท์ไปยังหมายเลขที่กำหนดให้ที่ตำรวจทางหลวง
หรือตำรวจพื้นที่ในจุดสกัดต่อไปรับทราบและดำเนินการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์
ตักเตือน ปรับ เปลี่ยนผู้ขับขี่ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นผู้ขับขี่แทน
หรือกักรถให้นอนพักผ่อนจนกว่าจะหายเมาจึงให้เดินทางต่อไป
๙.ในจุดตรวจตามเต็นท์ต่างๆให้เยาวชนอาสา ช่วยงานตำรวจต้อนรับผู้ถามทาง แจกผ้าเย็น
แจกเอกสาร จดบันทึก เขียนรายงาน ชงน้ำชากาแฟ เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่
(ที่ผ่านมาสังเกตพบว่าเจ้าหน้าที่อารมณ์ดีขึ้น ปฏิบัติหน้าที่เข้มแข็งขึ้น
ที่สำคัญคือทำงานเต็มเวลา เพราะอาจจะเกรงใจที่เด็กนักเรียนยังขยันมาช่วยงานทั้งวัน
ทั้งคืน)
๑๐.รถประสานงานแต่ระพื้นที่ต้องคอยดูแลความสะดวก ทุกข์-สุขของคณะทำงานหากพบให้รีบเข้าไปให้คำปรึกษา
ช่วยเหลือให้กำลังใจแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑.เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีส่วนที่รับผิดชอบเกิดการตื่นตัวในการทำงาน
เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
๒.ลดจำนวนผู้เสียชีวิต ลดจำนวนผู้บาดเจ็บ ลดอุบัติเหตุบนเส้นทางระหว่างจุดดังกล่าวให้น้อยลง
เพราะมีการเฝ้าระวัง สังเกตการณ์ ตรวจสอบ และกระตุ้นเตือนในหลายรูปแบบ
๓.หากเกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางจำนวนมาก หรือต่อเนื่อง ก็จะมีกำลังเสริมทั้งเยาวชนอาสา
และพยาบาล และหน่วยบรรเทาสาธารณภัยฯลฯ ช่วยกันขจัดภัยบนท้องถนนให้เบาบางลงได้
อย่างทันเวลา
๔.เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ยุทธวิธีลดปัญหาอุบัติเหตุจราจร จากการรณรงค์แนวใหม่
๕.เกิดอาสาสมัครที่มีประสบการณ์จำนวนมากไว้คอยช่วยงานในเทศการอื่นๆตรอดทั้งปี
๖.ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของชาติ
การประเมินผล
๑.คณะกรรมการ สสส.จัดชุดปฏิบัติการณ์เป็นผู้สังเกตการณ์ในจุดเป้าหมายที่กำหนด
๒.จัดชุดประเมินจากจังหวัดหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือในพื้นที่เป้าหมายสำรวจ
รายงานผล
๓.จากการสรุปสถิติเปรียบเทียบกับงานเทศกาลสงกรานต์ในปีที่ผ่านมา
|