|
ปัญหาการขาดคุณธรรม จริยธรรมของบุคคล ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมจนกลายเป็นปัญหาของชาติบ้านเมือง
และกลายเป็นปัญหาของสังคม นับวันทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาทางด้านสังคมดังกล่าว
เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกมองว่าเกิดความล้มเหลวด้านการจัดการศึกษา เสียงสะท้อนจากองค์กรต่าง
ๆ ในสังคม ที่มีต่อการแก้ไขปัญหาหรือภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
อันเนื่องมาจากบุคคลขาดคุณธรรม จริยธรรม ต่างมีความเห็นสอดคล้องต้องกันว่า
ภาระหน้าที่ในการสร้างสมดุลทางด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคคลและสังคม
กระทำได้โดยกระบวนการทางการศึกษา ซึ่งปรากฏให้เห็นจากกฎหมายหรือระเบียบที่สำคัญดังต่อไปนี้
๑. รัฐธรรมนูญ
๒. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
๓. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับการเสริมสร้างคุณธรรม
จริยธรรม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งถือได้ว่าเป็นกฎหมายแม่บทด้านการศึกษาของชาติ ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาบุคคลในแง่ของการสร้างความงดงาม
ซึ่งปรากฏดังการให้ความหมายของการศึกษาเอาไว้ในมาตรา ๔ วรรคแรกว่า
"การศึกษา
หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคลากร และสังคม
โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ
การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้
และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต"
ในการสร้างความเจริญงอกงามของบุคคล
และสังคมตามเจตนารมณ์ ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ คือ การเสริมสร้างคุณธรรม
จริยธรรม นั่นเอง ซึ่งเห็นได้จากการกล่าวถึงการจัดการศึกษา ในลักษณะของกระบวนการเรียนการสอน
ในการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม เอาไว้อย่างเป็นระบบเริมจากความมุ่งหมายและหลักการ
แนวทางการจัดการศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ สาระสำคัญของหลักสูตร
และการประเมินผล โดยได้บัญญัติประเด็นดังกล่าวเอาไว้ในแต่ละมาตราไว้
ดังต่อไปนี้
๑. ความมุ่งหมายและหลักการได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๖
๒. แนวการจัดการศึกษาได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๒๓ วรรคแรก
๓. การจัดกระบวนการเรียนรู้ ได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา
๒๔( ๔ )
๔. สาระสำคัญของหลักสูตร ได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๒๘
วรรคสอง
๕. การประเมินผล ได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๒๕
คุณธรรม จริยธรรม : สาระที่ควรทราบ
คุณธรรม
จริยธรรม คือ ประมวลการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามทั้งกาย วาจา และจิตใจ
โดยถือประพฤติปฏิบัติเป็นนิสัยทั้งต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม
ผู้ที่มีคุณธรรม
จริยธรรม ย่อมเป็นที่พึงประสงค์ของบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ บุคคลที่มีคุณธรรม
จริยธรรมดีงามมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๑. เป็นผู้ที่มีความพอดี
ไม่ขาด ไม่เกินความพอดี คือ ปฏิบัติตนอยู่ในทางสายกลาง ไม่ขาด ไม่เกิน
ไม่มาก ไม่น้อย
๒. เป็นผู้กระทำด้วยเจตนาดี
ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และทำไปเพื่อสิ่งที่ดีงาม ไม่ใช่ทำด้วยการถูกบังคับ
หรือด้วยผลประโยชน์ใด ๆ
๓. เป็นผู้ที่มีเหตุผล
พอใจที่ได้ปฏิบัติต่อผู้อื่น และเห็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นสำคัญ
๔. เป็นผู้ที่มุ่งสันติสุขหรือความสงบ
ไม่ใช่มุ่งความสมบูรณ์พูนสุขเป็นที่ตั้ง
๕. เป็นผู้ที่มีความพอ
รู้จักสละสิทธิทางธรรมชาติ เพื่อเห็นแก่ส่วนรวม และปฏิบัติตามข้อผูกพันและหน้าที่ด้วยความพอเหมาะพอควร
๖. เป็นผู้ที่มีนิสัยอันดีงามในการทำหน้าที่
รับผิดชอบต่อหน้าที่ และทำหน้าที่อย่างดีที่สุด
๗. เป็นผู้สามารถควบคุมแรงกระตุ้นและความยากต่าง
ๆ เอาไว้ได้ด้วยเหตุผล
๘. เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามกฎ
หรือมาตรการทางจริยธรรม ได้เหมาะสมกับกาลเทศะอยู่เสมอ
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน นักศึกษา
๑. ทางด้านร่างกาย
- ให้มีสุขภาพสมบูรณ์เติบโตสมวัย
- เข้าใจสาธารณสุขพื้นฐาน
รู้จักป้องกันโรค
- ปลอดจากสิ่งเสพติด
๒. ทางด้านจิตใจ
- มีความสุข
สงบ รู้จักพักผ่อน และสันทนาการในทางที่เหมาะสม
- มีคุณธรรม
จริยธรรม มีวินัย ภาคภูมิใจในตนเอง
- มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยเข้าใจคนอื่น
- มีสุนทรี
สำนึกในความเป็นไทย
- มีจิตใจที่จะสู้สิ่งยาก
เห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในงานสุจริต
๓. ทางด้านความรู้
- รู้จักคิด
วิเคราะห์ แก้ปัญหา
- ใฝ่เรียน
ใฝ่รู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต
- สามารถปรับปรุงวิถีชีวิตและการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
- รู้ภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศ เพื่อการสื่อสาร
- รู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีพื้นฐาน
- มีความสามารถในการจัดการ
- รู้จักตนเอง
ประเทศของตน ประเทศเพื่อนบ้าน รู้เท่าทันโลก
- รู้และมีความสามารถที่จะทำให้ตนและผู้อื่นมีความสุข
- รู้จักในพุทธปรัชญาในศาสนาที่ตนนับถือ
- ไม่ยึดติดกับรูปแบบหรือคำตอบใดคำตอบเดียว
๔. ทางด้านทักษะการประกอบอาชีพ
- มีทักษะเพียงพอที่จะประกอบอาชีพเฉพาะทาง
- มีนิสัยในการทำงานที่ดี
- สามารถพัฒนาสัมมาชีพจนสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้
- สามารถพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น
แนวทางการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. ให้เรียนวิชาทางสังคมศาสตร์
และพฤติกรรมศาสตร์ ช่วยให้เกิดการพัฒนาจิตใจ
๒. การเน้นย้ำให้ครู
อาจารย์ และเพื่อนช่วยกระตุ้นความตระหนักต่อสังคม ทั้งในและนอกวิชาเรียน
๓. ครู อาจารย์
เป็นแบบอย่างที่ดี
๔. เพื่อนเป็นตัวอย่างที่ดี
๕. การจัดโครงการหรือกิจกรรมเสริมหลักสูตร
เพื่อพัฒนาจิตใจโดยตรง
๖. การสอดแทรกการพัฒนาคุณธรรม
จริยธรรม เข้าไปในเนื้อหา และกระบวนการเรียนการสอนทุกวิชา
************************
|