จากเรื่องราวที่ผ่านมาหลายปี ในอเมริกานักเรียนก่อเหตุใช้ปืนยิงเพื่อนนักเรียน
ยิงครูอาจารย์ แล้วก็มีเหตุเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราเข้าจนได้ ทั้งที่นครศรีธรรมราช
และแม้กระทั้งกรุงเทพมหานครเอง ไม่เช่นนั้นต่างจังหวัดคงจะถูกจวกหนักแน่
และก็คงจะโทษสื่อมวลชนอย่างเดียวก็คงไม่ได้อีกเช่นกัน ที่กรุงเทพมหานคร
ผู้ปกครองโดยเฉพาะคุณแม่บอกว่าเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุด อบอุ่นที่สุด
ยังมีปัญหาจนได้ ไม่เช่นนั้นอาจโทษนักเรียนที่ก่อปัญหาว่า "ขาดความอบอุ่นหรือได้รับการเลี้ยงดูไม่ดีพอ"
ข่าวแบบนี้นักจิตวิทยาหรือนักวิชาการทั้งหลายคงลำบากใจไม่น้อย เพราะมันนอกประเด็นหรือนอกตำราเสียแล้ว
เพราะมันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
แต่ถ้าจะไม่ให้เส้นผมมาบังภูเขา พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้รักษาแต่ศีล
๕ เราชาวพุทธจัดงานมงคล เช่นขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน ฯลฯ หรืองาน
อวมงคล เช่น งานศพ พรจะสวดอภิธรรมก็ต้องรับศีล ๕ เพื่อย้ำให้ปฏิบัติตลอดเวลา
แต่กระทรวงศึกษาธิการหรืออาจจะต้องมีกระทรวงวัฒนธรรมหรือแม้กระทรวงสาธารณสุขบูรณาการช่วยกันได้
แต่เหตุมันเกิดขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการ
เด็กนักเรียนแต่ละโรงเรียนมีมากถ้าเปรียบเทียบกับการมีครูก็จะเห็นว่ามีครูวิทยาศาสตร์
ครูคณิตศาสตร์ ครูพลศึกษา ครูสังคมศึกษา ฯลฯ แล้วจะมีครูเหล่านั้น
หลาย ๆ คนในกลุ่มวิชานั้นๆ แต่ครูจริยศึกษามีไม่กี่คน ในกลุ่มครูสังคมศึกษา
และควรจะมีอนุศาสนาจารย์ในกลุ่มสาระสังคมศึกษาเสียด้วยซ้ำ เหมือนของทหารเขาจะมีอนุศาสนจารย์แต่ละกองพัน
กองพลหรือกองทัพเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า เขาให้ความสำคัญกับครูจริยศึกษามากเป็นพิเศษ
เพราะเรานับถือศาสนาพุทธ ถึงแม้ครูทุกคนจะเป็นที่ปรึกษา ครูที่ปรึกษานี้เป็นกันสารพัด
ไม่ว่าครูแนะแนว ครูจริยธรรม ครูประจำชั้น ฯลฯ แต่ทุกคนเป็นได้ไม่ดีไปเสียหมดตามทฤษฎีหรอกนะจะบอกให้
กลับมาที่เราจะย้ำเพื่อรักษาศีล
๕ ถ้าชาวพุทธไม่รักษาศีล ๕ หรือปฏิบัติไม่ดีแล้วล่ะก็ การฆ่าฟันหรือทำร้ายกันจะเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องธรรมดา
เหมือนเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุก็เริ่มที่ศีลข้อ ๑ การลักทรัพย์ จี้ปล้น
ประพฤติผิดทางกามารมณ์ การโกหก การฉ้อโกง ข่มเหง เสพสุราและเมรัย
ไม่เสพสิ่งเสพติดทั้งหลายอันนำไปสู่สิ่งผิดกฎหมายต่อไป การเข้าแถวหน้าเสาธง
เราควรเคารพธงชาติ สวดมนต์และกล่าวคำปฏิญาณ ค่านิยมพื้นฐาน ๕ ประการมานานแล้วกว่า
๑๐ ปี เท่าที่จำได้ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงเรียนนวชิรธรรมโศภิต ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าหมวดวิชาสังคมศึกษาได้เริ่มให้ปฏิบัติและปฏิญาณมาจนทุกวันนี้ซึ่งก็ดี
คือดีตรงที่ปฏิญาณ แต่นักเรียนไม่ได้นำไปใช้ปฏิบัติ หรือปฏิบัติกันน้อยมาก
เช่น นักเรียนปฏิญาณว่า "ข้าจะประหยัดและอดออม"
แต่นักเรียนฟุ่มเฟือยมาก โทรศัพท์ไร้สายมีใช้กันจนเกลื่อนกลาดเพราะจำเป็น
ถ้าใช้แบบจำเป็น เช่น โทรบอกให้คุณพ่อคุณแม่มารับ ถ้าจะมีธุระหรือกลับบ้านช้าไปหรืออาจจะเร็วขึ้นกว่าปกติ
แบบนี้ถือว่า "พอสมเหตุสมผล"
ใช้ไปเถิด
แต่ขณะนี้ส่วนใหญ่โทรกันเล่นในโรงเรียน
โทรศัพท์ให้เพื่อนในโรงเรียนมาพบ โรงเรียนเราก็ไม่ได้ใหญ่โตนักหนา
ประหยัดเพื่อพ่อแม่และตัวเองจะดีกว่า นี่แค่ประหยัดและออมเท่านั้นก็ยังไม่ได้ผล
เพราะนักเรียนที่ไม่สามารถจะมีโทรศัพท์ได้ก็อยากจะมีบ้าง เพิ่มกิเลสเข้าไปอีก
ต่อไปนี้หลังเคารพธงชาติ สวดมนต์แล้วลองเปลี่ยนมารับศีล ๕ กันดูบ้าง
แล้วบูรณาการให้มีการน้ำไปใช้ปฏิบัติให้ได้ เช่น นักเรียนไม่ส่งไม่ทำการบ้าน
ก็ต้องให้มีการรักษาศีลข้อ ๔ ให้ดีให้ประทับใจและพอใจ อยากจะรักษาศีลข้อ
๔ ถ้านักเรียนมีความสามัคคี มีความรักสมัครสมานกันดี ศีล ๔ ก็น่าจะนำความปลื้มใจให้กับคณะครูอาจารย์
ตลอดจนพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงได้ตามสมควร
*******สวัสดีครับ*******
อ.เกษม จุตรพิธพร