เรา 3 คนโชคดีที่มีโอกาสไปใช้เสี้ยวหนึ่งของชีวิต
ในค่ายคนดีศรีสังคม ของศูนย์พัฒนาจิต วัดท่าไทร อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
ด้วยการประสานงานของ อ.ชนิดา ธีรานันท์ และจากการสนับสนุนของ ผอ.บุรี
แสงศิลา
การเดินทางเริ่มประมาณ 22.00
น. โดยประมาณ (รถเร็วเสียเวลาไป 1 ชม.) ถึงสถานีพุนพิน 06.30 น.
จากนั้นพระอาจารย์ได้กรุณาส่งรถมารับพวกเราไปที่ศูนย์ฯ รายงานตัว
แต่เสียดายที่เรากินข้าวเช้าละแวกสถานีรถไฟระหว่างรอไปเรียบร้อยแล้ว
เลยอดชิมอาหารมื้อแรกของชาวค่าย วันนี้ที่วัดมีประเพณีแปลก (สำหรับพวกเรา
) พระมาปฏิบัติธรรมร่วม 200 รูป มีการตักบาตรข้าวสารเป็นหลัก ข้าวสุก
กับสุกก็มี เราจึงถือโอกาสร่วมทำบุญด้วยเลย จากนั้นคณะของเรากับนักเรียนจากโรงเรียนต่าง
ๆ 14 จังหวัดในภาคใต้รวม 140 ชีวิต ก็เดินทางไปสำนักสงฆ์นิคามธรรมมาวาส
ก่อนถึงสำนักสงฆ์ชาวค่ายก็ต้องเดินพร้อมสำพาระของตน รวมทั้งเต็นท์ขนาด
10 คนนอนด้วย ( ระบบหมู่เริ่มแล้ว ) แดดเปรี้ยง เดินก็ไกล สังเกตว่าหลายคนอยากกลับบ้านแล้ว
มีรถโรงเรียนจากภูเก็ต กระบี่ ระนอง และรถอาจารย์จากกาญจนดิษฐ์คอยเก็บตกหากมีปัญหา
แต่ผิดคาด ทุกคนเดินกัดฟันจนถึงที่หมายที่มีพี่เลี้ยงเตรียมต้อนรับอยู่แล้ว
ด้วยรูปแบบหลากหลายพอหอมปากหอมคอ ที่นี่เองเราได้เจอชาวเพชรอีก 3
ชีวิต คือ อาจารย์สุวรรณชัย และนักเรียนจากวชิรธรรมโศภิตอีก 4 ชีวิต
จากเทคนิคอุทัยธานี นอกนั้นเพื่อนชาวใต้ล้วน ๆ
กิจกรรมในค่ายที่มีพิเศษผิดจากค่ายอื่นคือ
ฝึกปฏิบัติธรรมด้วย เราถือว่าค่ายคือหมู่บ้าน กลุ่มสีคือบ้าน ทุกครอบครัวต้องตื่นสวดมนต์
ทำสมาธิ หุงข้าวปลากอาหาร ต้องใส่บาตรทุกคน เราได้รับการฝึกใส่บาตรแค่คนละ
1 ช้อน พระ 9 รูป เณร 1 องค์ เมื่อพระฉันเสร็จเราต้องรับข้าวก้นบาตรมากิน
พระท่านสอนโดยให้ดูให้เห็นให้ประจักษ์เอง ใส่มากกว่าที่ท่านบอกก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย
ระหว่างพวกเรากินข้าว พระท่านจะดูแลควบคุมชี้แนะตลอด ท่านกำกับเวลาได้ดีมาก
ๆ สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ การฝึกให้ทุกคนมีวินัยในตนเอง ในหมู่คณะ
ซึ่งจะทำให้กิจกรรมอื่น ๆ เลื่อนไหลตามตารางที่กำหนดไว้ 3 วันแรกฝึกอบรมจิตใจ
ระเบียบวินัย การปรับตัว ฝึกการพูด การเป็นผู้นำผู้ตาม เพื่อนำไปใช้เมื่ออยู่หมู่บ้านจริง
ๆ