บ ัน ท ึก ค ว า ม ท ร ง จ ำ
ระหว่างวันที่ 20-30 มีนาคม 2546
โดย..
คณะผู้เข้าค่ายคนดีศรีสังคม จาก ร.ร.พรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี
www.promma.ac.th

เรา 3 คนโชคดีที่มีโอกาสไปใช้เสี้ยวหนึ่งของชีวิต ในค่ายคนดีศรีสังคม ของศูนย์พัฒนาจิต วัดท่าไทร อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยการประสานงานของ อ.ชนิดา ธีรานันท์ และจากการสนับสนุนของ ผอ.บุรี แสงศิลา

การเดินทางเริ่มประมาณ 22.00 น. โดยประมาณ (รถเร็วเสียเวลาไป 1 ชม.) ถึงสถานีพุนพิน 06.30 น. จากนั้นพระอาจารย์ได้กรุณาส่งรถมารับพวกเราไปที่ศูนย์ฯ รายงานตัว แต่เสียดายที่เรากินข้าวเช้าละแวกสถานีรถไฟระหว่างรอไปเรียบร้อยแล้ว เลยอดชิมอาหารมื้อแรกของชาวค่าย วันนี้ที่วัดมีประเพณีแปลก (สำหรับพวกเรา ) พระมาปฏิบัติธรรมร่วม 200 รูป มีการตักบาตรข้าวสารเป็นหลัก ข้าวสุก กับสุกก็มี เราจึงถือโอกาสร่วมทำบุญด้วยเลย จากนั้นคณะของเรากับนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ 14 จังหวัดในภาคใต้รวม 140 ชีวิต ก็เดินทางไปสำนักสงฆ์นิคามธรรมมาวาส ก่อนถึงสำนักสงฆ์ชาวค่ายก็ต้องเดินพร้อมสำพาระของตน รวมทั้งเต็นท์ขนาด 10 คนนอนด้วย ( ระบบหมู่เริ่มแล้ว ) แดดเปรี้ยง เดินก็ไกล สังเกตว่าหลายคนอยากกลับบ้านแล้ว มีรถโรงเรียนจากภูเก็ต กระบี่ ระนอง และรถอาจารย์จากกาญจนดิษฐ์คอยเก็บตกหากมีปัญหา แต่ผิดคาด ทุกคนเดินกัดฟันจนถึงที่หมายที่มีพี่เลี้ยงเตรียมต้อนรับอยู่แล้ว ด้วยรูปแบบหลากหลายพอหอมปากหอมคอ ที่นี่เองเราได้เจอชาวเพชรอีก 3 ชีวิต คือ อาจารย์สุวรรณชัย และนักเรียนจากวชิรธรรมโศภิตอีก 4 ชีวิต จากเทคนิคอุทัยธานี นอกนั้นเพื่อนชาวใต้ล้วน ๆ

กิจกรรมในค่ายที่มีพิเศษผิดจากค่ายอื่นคือ ฝึกปฏิบัติธรรมด้วย เราถือว่าค่ายคือหมู่บ้าน กลุ่มสีคือบ้าน ทุกครอบครัวต้องตื่นสวดมนต์ ทำสมาธิ หุงข้าวปลากอาหาร ต้องใส่บาตรทุกคน เราได้รับการฝึกใส่บาตรแค่คนละ 1 ช้อน พระ 9 รูป เณร 1 องค์ เมื่อพระฉันเสร็จเราต้องรับข้าวก้นบาตรมากิน พระท่านสอนโดยให้ดูให้เห็นให้ประจักษ์เอง ใส่มากกว่าที่ท่านบอกก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย ระหว่างพวกเรากินข้าว พระท่านจะดูแลควบคุมชี้แนะตลอด ท่านกำกับเวลาได้ดีมาก ๆ สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ การฝึกให้ทุกคนมีวินัยในตนเอง ในหมู่คณะ ซึ่งจะทำให้กิจกรรมอื่น ๆ เลื่อนไหลตามตารางที่กำหนดไว้ 3 วันแรกฝึกอบรมจิตใจ ระเบียบวินัย การปรับตัว ฝึกการพูด การเป็นผู้นำผู้ตาม เพื่อนำไปใช้เมื่ออยู่หมู่บ้านจริง ๆ

เช้าวันที่ 24 กำหนดการคือ ไปโรงพยาบาลในจังหวัดเพื่อศึกษาคนไข้ที่มีอาการทางจิต ( เสียดายเวลาน้อย ฟังหมอบรรยายมากกว่าได้พบกับคนไข้ ) พระท่านสอนอะไรเรานะถึงได้ให้เรามาดูคนไข้ประเภทนี้ ? จากนั้นเดินทางไปสำนักสงฆ์โพธิ์ทอง อ.ดอนสัก เดิน ๆๆ อีกแล้วแค่ 4 กิโลเมตร แต่มีกิจกรรมตลอดเส้นทาง แดดเปรี้ยง แต่ก็เดินในป่ายางเป็นส่วนใหญ่ ถึงที่หมายมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านมาคอยต้อนรับมากหน้าหลายตา รวมทั้งรองผู้กำกับ (พ.ต.ท.สมศักดิ์ นามาบ) ซึ่งเป็นผู้ประสานงาน และเลือกสถานที่ให้ ( ไม่ผิดหวังเลย ) ซ้ำท่านยังอยู่ร่วมกิจกรรมตลอด ท่านเจ้าสำนักสงฆ์จบเกษตร น่าเคารพมาก

ชาวบ้านน่ารักสุดบรรยาย บรรยากาศในหมู่บ้านสงบ เงียบ ร่มรื่น ทำให้นึกย้อนอดีตวิถีชีวิตชาวพุทธเรา อยากให้ปัจจุบันมีความสงบอย่างนี้บ้าง 2 วันเด็ก ๆ ต้องไปอยู่กับลุงป้าน้าอา หมู่สีละ 1 บ้าน คำสั่งคือไปช่วยทำงาน ไปฝึกงาน แต่ที่เห็นแต่ละหมู่สบายกันทั้งนั้น ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนใหญ่คือทำข้าวปลาอาหารกินกัน แล้วก็หลับเป็นแถว มีตา ยาย ลุง ป้า น้า อา เป็นต้นทางให้ เมื่อพระอาจารย์มาตรวจก็ปลุกให้ตื่นแล้วก็หลับต่อ แอบให้เด็ก ๆ อาบน้ำ ซักผ้าด้วยเครื่องกันเป็นแถว ๆ ปฏิบัติต่อเด็ก ๆ ชาวค่ายเหมือนเป็นลูกหลานจริง ๆ ยิ่งคืนอำลามีการจัดกิจกรรมงานวัดสนุกสนานมาก ออกร้านกันหลากหลาย ดูเหมือนเวทีสาวรำวง กับนวดแผนโบราณจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ

แต่ครั้นถึงเวลาจริงยามที่เฝ้าดูแลความปลอดภัยกลายเป็นพระอาจารย์ พวกครูอาจารย์หลับสนิทจนรุ่งเช้า ซ้ำยังโชคดีได้กินข้าวต้มหมูฝีมือพระอาจารย์ ที่ใช้กระทะใบบัวต้ม ทางมะพร้าวที่ท่านสั่งให้เราทำเมื่อคืนกลายเป็นทัพพีของท่านนั่นเอง เราได้เที่ยวดูเตาเผาขยะของเทศบาล ซึ่งบอกว่าไม่คุ้มเพราะขยะมีน้อยเมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้ คงจะจริงเพราะบ่ายวานเราไปเก็บขยะชายหาดและน้ำตก ก็มีไม่มากเท่าที่คาด หรืออาจเป็นเพราะนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกมีวินัยเรื่องการทิ้งขยะก็ไม่แน่ใจ

พบกันใหม่ในโอกาสที่เหมาะสม หวังไว้ว่าท่านที่อ่านจะได้อะไรดี ๆ ไปใช้ประโยชน์บ้าง

พัชรา
กรกฎาคม 2546
02.50 น.


อ่านต่อหน้า ๒ ตอนจบ


คำแนะนำ โฮมเพจนี้เหมาะสมกับความละเอียด 800 X 600 และ ควรคลิกเมนู Refresh ทุกครั้งที่เข้าชมเพื่อได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
นำเสนอข้อมูลและดูแลระบบ โดย ศูนย์ฝึกอบรมพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์วัดท่าไทร
ประสานงานได้โดย E-Mail ถึง พระมหาบุญโฮม ปริปุณฺณสีโล Comcenter@maildozy.com โทร.0-1569-0309, 0-1081-0341, 0-6690-5892