โรคสมองติดยา

             ในหนังสือสมองติดยา ของ นพ.สุชาติ เลาหบริพัตร อดีตผู้อำนวยการกองประสานการปฏิบัติการบำบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด ระบุว่า สมองประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือสมองส่วนนอก เรียกว่า "สมองส่วนคิด" ทำหน้าที่ในการจดจำ คิด จินตนาการ และตัดสินใจ สองส่วนกลาง และก้านสมอง หรือ "สมองส่วนอยาก" ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ สัญชาตญาณต่างๆ เช่น ความอยากอาหารและน้ำ ความต้องการทางเพศ

             โดยปกติสมองส่วนคิดจะควบคุมสมองส่วนอยาก เช่น เมื่อเกิดความต้องการทางเพศ สมองส่วนคิดจะกำหนดว่าเวลาใดจะสามารถทำกิจกรรมอย่างที่สมองส่วนอยากต้องการ

             แต่เมื่อสมองติดยาเสพติด ซึ่งเกิดจากการเสพยาในปริมาณที่มากจนติด จะส่งผลให้การทำงานของสมองเปลี่ยนแปลงไป นั่นคือสมองส่วนคิดจะถูกทำลาย ฉะนั้นเมื่อเกิดอาการอยากยา สมองส่วนคิดจะไม่สามารถยับยั้งสมองส่วนอยาก ผู้ติดยาจึงต้องดิ้นรนหายามาเสพให้ได้

             สำหรับผู้ที่เสพยาจนติด หรือที่เรียกว่าดื้อยานั้น เป็นเพราะเซลล์สมองที่ถูกกระตุ้นด้วยยามีการตอบสนองต่อยาน้อยลง ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ในการกระตุ้นสมอง เพื่อให้เกิดผลต่อร่างกายเท่าเดิมเมื่อเป็นเช่นนี้จึงสรุปได้ว่า ผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วยโรคสมองติดยา แม้การติดยาจะเป็นโรคทางสมองโรคหนึ่ง แต่การติดยาไม่ใช่โรคทางสมองเพียงอย่างเดียว หากเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมที่มีความคิดในแง่ดีต่อการเสพยา

             การบำบัดผู้ติดยาเสพติดจึงไม่มีรูปแบบใดที่เป็นสูตรสำเร็จ แต่ไม่ว่าจะใช้สูตรไหน สิ่งหนึ่งที่ต้องมีในทุกสูตรคือ ความรู้ที่ถูกต้อง และความรัก ความเข้าใจในผู้ป่วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ปีที่ 28 ฉบับที่ 9965 วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2548 หน้า 10